🌙 ทำไมคนเราถึงฝัน วิทยาศาสตร์อธิบายความฝัน

ทำไมคนเราถึงฝัน วิทยาศาสตร์อธิบายความฝัน
เผยแพร่: 25/5/2569 · ทำไมคนเราถึงฝัน · REM sleep · วิทยาศาสตร์ความฝัน

ทุกคนฝัน ไม่ว่าจะจำได้หรือไม่ก็ตาม แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าทำไมเราถึงฝัน และความฝันมีหน้าที่อะไรในชีวิตของเรา บทความนี้รวบรวมคำตอบจากทั้งฝั่งวิทยาศาสตร์การแพทย์และฝั่งความเชื่อพื้นบ้านของไทย เพื่อให้คุณเข้าใจความฝันของตัวเองได้ครบทุกมุม

ความฝันเกิดได้อย่างไร REM

เมื่อเรานอนหลับ สมองไม่ได้ปิดสนิท แต่จะเข้าสู่วงจรการนอน 4-5 รอบในคืนหนึ่ง ๆ แต่ละรอบกินเวลาประมาณ 90 นาที และแบ่งเป็น 2 ช่วงใหญ่ ๆ คือ NREM (Non-Rapid Eye Movement) กับ REM (Rapid Eye Movement)

ช่วง NREM แบ่งเป็น 3 ระดับ ตั้งแต่ครึ่งหลับครึ่งตื่น (N1) ไปจนถึงการหลับลึก (N3) ในช่วงนี้ร่างกายซ่อมแซมเนื้อเยื่อและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ความฝันที่เกิดในช่วงนี้มักเป็นภาพหรือความคิดสั้น ๆ ไม่ค่อยมีโครงเรื่อง

ช่วง REM เป็นช่วงที่ตาขยับเร็วใต้เปลือกตา คลื่นสมองคล้ายกับตอนตื่น แต่กล้ามเนื้อร่างกายอ่อนปวกเปียก เพื่อป้องกันไม่ให้เราลุกขึ้นเดินตามฝัน ความฝันส่วนใหญ่ที่เป็นเรื่องราวยาวและสมจริงเกิดในช่วงนี้ ในคืนปกติ คนเราเข้าสู่ REM ประมาณ 4-5 ครั้ง แต่ละครั้งกินเวลานานขึ้นเรื่อย ๆ ครั้งสุดท้ายอาจยาวถึง 1 ชั่วโมง ทำให้ฝันก่อนตื่นมักเป็นฝันที่ยาวที่สุดและจำได้ชัดที่สุด

ทฤษฎีวิทยาศาสตร์

นักวิทยาศาสตร์มีทฤษฎีหลายอย่างที่พยายามอธิบายว่าทำไมเราต้องฝัน

ทฤษฎีการประมวลผลข้อมูล เชื่อว่าความฝันเป็นกระบวนการที่สมองจัดระเบียบข้อมูลจากวันที่ผ่านมา เก็บความทรงจำที่สำคัญลงในหน่วยความจำระยะยาว และลบทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็น คล้ายกับการ defrag ของคอมพิวเตอร์ ทฤษฎีนี้อธิบายว่าทำไมเรามักฝันถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นในวันนั้น

ทฤษฎีการจำลองสถานการณ์ ของ Antti Revonsuo เสนอว่าฝันร้ายและความฝันที่มีอันตราย เป็นการที่สมองฝึกซ้อมรับมือกับภัยอันตราย เป็นกลไกที่พัฒนามาตั้งแต่บรรพบุรุษเพื่อให้เราพร้อมรับสถานการณ์เลวร้ายในความเป็นจริง

ทฤษฎีของฟรอยด์ ซิกมุนด์ ฟรอยด์ นักจิตวิเคราะห์ชาวออสเตรีย ตีพิมพ์หนังสือ The Interpretation of Dreams ในปลายปี ค.ศ. 1899 แต่สำนักพิมพ์ลงวันที่บนปกเป็น ค.ศ. 1900 เพื่อให้สอดคล้องกับการเข้าสู่ศตวรรษใหม่ ฟรอยด์เชื่อว่าความฝันคือทางลัดสู่จิตใต้สำนึก ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดหรือซ่อนไว้ จะปรากฏในรูปแบบสัญลักษณ์ในความฝัน การตีความฝันจึงช่วยให้เข้าใจตัวเองได้ลึกขึ้น แม้ทฤษฎีนี้จะถูกวิจารณ์มากในยุคปัจจุบัน แต่อิทธิพลของฟรอยด์ในเรื่องการตีความฝันยังคงอยู่

ทฤษฎีการกระตุ้นแบบสุ่ม ของ Hobson เสนอว่าความฝันเป็นแค่ผลข้างเคียงของสมองที่สร้างสัญญาณไฟฟ้าแบบสุ่ม ในช่วง REM แล้วสมองส่วนที่จัดการเหตุผลพยายามตีความให้เป็นเรื่องราว นั่นจึงเป็นเหตุที่ฝันมักไม่มีเหตุผลและกระโดดไปมาแปลก ๆ

ทำไมบางฝันจำได้บางฝันลืม

ในคืนหนึ่ง เราอาจฝัน 4-5 รอบ แต่ส่วนใหญ่ตื่นมาแล้วจำไม่ได้เลย ทำไมถึงเป็นแบบนั้น คำตอบเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่เราตื่น

ถ้าเราตื่นขึ้นมาในช่วง REM หรือทันทีหลังจาก REM จะจำฝันได้ชัดเจน เพราะสมองยังอยู่ในสภาวะที่เพิ่งสร้างฝันสด ๆ แต่ถ้าตื่นในช่วง NREM ที่ไม่มีฝันเป็นเรื่องเป็นราว ก็จะรู้สึกว่าไม่ได้ฝันเลย

ปัจจัยอื่นที่ส่งผลคือ สารเคมีในสมอง ในช่วง REM สมองหลั่งสารเซโรโทนินและนอร์เอพิเนฟรีนน้อยลง สารเหล่านี้ช่วยในการสร้างความทรงจำระยะยาว ทำให้ความฝันถูกบันทึกได้ยาก ถ้าเราตื่นเร็วและรีบเขียนฝันลงทันที ก่อนที่ความทรงจำจะเลือนหายไป มีโอกาสจำได้มากกว่าการไปทำกิจกรรมอย่างอื่นทันที

คนที่ดื่มสุราหรือกินยานอนหลับมักจำฝันไม่ได้ เพราะสารเหล่านี้รบกวนช่วง REM ส่วนคนที่อดนอนสะสมมักจะมี "REM rebound" คือฝันเยอะและจำได้ชัดในคืนที่ได้นอนเต็มที่

ความเชื่อเรื่องฝันของไทย

นอกจากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ คนไทยมีระบบความเชื่อเรื่องความฝันที่สืบทอดมายาวนาน บางคนเรียกความเชื่อนี้ว่าความเชื่อเรื่องฝันแบบไทยโบราณ ที่ระบุความหมายของความฝันแต่ละเรื่องอย่างละเอียด เช่น ฝันเห็นงูหมายถึงจะได้คู่ครอง ฝันเห็นพระหมายถึงโชคลาภ ฝันเห็นไฟหมายถึงจะมีเรื่องวุ่นวาย

ความเชื่อพื้นบ้านยังเชื่อมโยงความฝันกับการพยากรณ์ บางคนเชื่อว่าฝันเป็นข้อความจากบรรพบุรุษหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บางคนเชื่อว่าฝันบอกใบ้เลขมงคล จึงนิยมเอาความฝันไปตีเลขซื้อหวย

ในทางพุทธศาสนา ความฝันถูกแบ่งเป็น 4 ประเภท คือ ฝันจากธาตุไม่สมดุล (ร่างกายไม่ปกติ) ฝันจากอารมณ์ที่ฝังใจ (เรื่องที่คิดมากในวัน) ฝันจากเทพยดาบันดาล (สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาบอก) และฝันจากบุพพนิมิต (สัญญาณของเหตุการณ์ที่จะเกิด) การจำแนกแบบนี้ใช้กันมานานในวัฒนธรรมไทย

ไม่ว่าคุณจะเชื่อในมุมไหน — วิทยาศาสตร์ จิตวิเคราะห์ หรือความเชื่อพื้นบ้าน — สิ่งที่ทุกฝั่งเห็นตรงกันคือความฝันมีความสำคัญ มันสะท้อนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรา และการใส่ใจฟังเสียงจากความฝันบางครั้งช่วยให้เข้าใจตัวเองได้ลึกขึ้น

อ่านต่อ: โหราศาสตร์เป็นวิทยาศาสตร์หรือความเชื่อ (coming soon)

ลองทำนายฝันของคุณ: ทำนายฝัน — ค้นหาความหมายฝันรายคำ

← กลับสู่หน้ารวมบทความ