1. อาทิตย์จร(ตำราเรียก “สุริยา”)
ระบบ ก. ต้องลัคน์ผสมตำราว่าช่วงนี้อาจมีศัตรูคิดร้าย ชีวิตระส่ำระสาย แต่ก็มีโอกาสได้ลาภแทรกเข้ามา
/horasat/dao-tap-dao/ — ชื่อดาวและทิศทางจาก Gemini เชื่อไม่ได้ ๑๐๐%ดาวที่โคจรมาในปีนั้น "ต้อง" หรือ "เข้า" ตำแหน่งลัคนา (จุดเริ่มของดวงชะตา) ของบุคคล
ตำราว่าช่วงนี้อาจมีศัตรูคิดร้าย ชีวิตระส่ำระสาย แต่ก็มีโอกาสได้ลาภแทรกเข้ามา
ตำราเตือนเรื่องญาติพี่น้องผละหนี ทรัพย์อาจเสื่อมเสีย แต่ก็มีโอกาสได้ลาภแทรกเข้ามา
ตำราเตือนว่ามีศัตรูคอยทำลายล้าง สิ่งที่ทำพังเสียหาย และโรคภัยจะเข้ามารบกวน
ตำราว่าจะได้สิ่งของหรือทรัพย์เข้ามา มีความมั่นคงสถาพรในบางด้าน แต่ในอีกด้านก็ระส่ำระสาย
ตำราว่ามีศัตรูแต่จะได้ฐานะ-ตำแหน่ง อย่างไรก็ตามทรัพย์อาจเสื่อมโทรม
ตำราว่าจะได้ยศตำแหน่ง แต่อาจมีคนเคืองใจ พร้อมโอกาสได้สิ่งของเข้ามา
ตำราว่าช่วงนี้จะมีความทุกข์ จะได้ลาภก้อนใหญ่ ทว่าความทุกข์ก็จะตามมาไม่ขาดสาย
ตำราว่าศัตรูที่เคยใกล้ชิดอาจคิดร้าย จะได้ลาภเข้ามา แต่ต้องระวังอุบัติเหตุที่ขาหรือเท้า
ดาวที่โคจรมาในปีนั้น "ทับ" ตำแหน่งของดาวที่ครองตอนเกิด (ดาวกำเนิด/ดาวประจำตัว)
ตำราว่าจิตใจร้อนรน — ตำราใช้คำ "ท้าวบูชาทรัพย์" (คำที่ต้องตีความเพิ่ม) — และมีเรื่องไม่ดีกับลูกและภรรยา
ตำราว่าคู่ครองจะสมปอง จะได้คู่ที่งดงาม แต่ต้องระวังโจรเข้ามาชิงทรัพย์
ตำราเตือนภัยจากศาสตราอาวุธ การประทุษร้ายของโจร และอาการบาดเจ็บที่หูหรือตา
ตำราเตือนเรื่องผู้ใหญ่คิดร้าย แต่จะได้ลาภต่าง ๆ และเป็นที่ถูกใจของคนรอบข้าง
ตำราว่าผู้ใหญ่จะเรียกใช้สอย ภรรยาอาจมีเรื่องแง่งอน แต่จะได้ลาภที่น่ายินดี
ตำราว่าหน้าที่การงานจะรุ่งเรือง แต่ภรรยาอาจหนีจาก และศัตรูเข้ามารังควานชีวิต
ตำราเตือนว่าผู้ใหญ่จะนำทุกข์มาให้ ศัตรูจะขยายจำนวน และตำราใช้คำ "พิราลัยในสงคราม" บ่งภัยร้ายแรงระดับเสียชีวิตในการต่อสู้
ตำราใช้คำเปรียบจากรามเกียรติ์ — "พิเภก" (ที่ปรึกษาใกล้ชิด) ต้องโทษภัย, "ไมยราพณ์" (ศัตรูใหญ่) จับ "ภูบาล" (ผู้มีอำนาจ), และพี่ชายต้องพลัดพรากจากกัน — ความหมายเชิงลึกของแต่ละคำเปรียบควรอ่านจากตำราโดยตรง
คำว่า “ทักษา” ในตำราหมายถึงตำแหน่งของดาวที่มีอิทธิพล ส่วน “จร” แปลว่าเคลื่อน — ทักษาจรจึงคือการดู “ดาวที่กำลังเคลื่อนตำแหน่งในขณะนี้” ว่าเข้าไปทับจุดสำคัญของดวงชะตาบุคคลหรือไม่ ผลที่เกิดขึ้นอยู่กับว่าดาวจรองค์นั้นเป็นมิตรหรือศัตรูกับเจ้าของดวง ตามคติของตำนานนพเคราะห์
ภาค ๗ แบ่งทักษาจรเป็น ๒ ระบบย่อยตามจุดที่ดาวจรเข้าไปทับ: ระบบ ก. ดูดาวจรเข้าตำแหน่ง “ลัคนา” (จุดเริ่มต้นของดวงชะตา) ส่วนระบบ ข. “อัฏฐเคราะห์กำเนิด” ดูดาวจรเข้าตำแหน่งของ “ดาวกำเนิด” (ดาวพระเคราะห์ที่ครองตำแหน่งสำคัญตอนเกิด) ทั้งสองระบบแต่ละองค์ครบ ๘ ดาว รวมเป็น ๑๖ คำทำนาย
ในระบบ ข. ตำราบางส่วนใช้คำเปรียบเปรยจากรามเกียรติ์ (เช่น พิเภก ไมยราพณ์ ภูบาล) ซึ่งเป็นภาษาวรรณคดีโบราณ การตีความเชิงลึกควรอ่านจากตำราโดยตรง และประกอบกับวิจารณญาณของผู้รู้
ทักษาจรเป็นระบบทำนายในคัมภีร์โหราศาสตร์ไทยที่ดู "ดาวพระเคราะห์ซึ่งกำลังโคจรในท้องฟ้า" ในขณะหนึ่ง ๆ ว่าเข้าไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญของดวงชะตาบุคคลหรือไม่ ภาค ๗ ของคัมภีร์แบ่งเป็น ๒ ระบบย่อย: (ก.) ดาวจรต้องลัคน์ คือดาวจรเข้าตำแหน่งลัคนา และ (ข.) อัฏฐเคราะห์กำเนิด คือดาวจรทับตำแหน่งของดาวกำเนิด
ต้องคำนวณตำแหน่งของดาวพระเคราะห์ ณ วันที่ปัจจุบัน เปรียบเทียบกับลัคนา/ดาวกำเนิดในดวงชะตา ซึ่งต้องใช้ข้อมูลทางดาราศาสตร์ (ephemeris) หน้านี้เป็นหน้าความรู้รวบรวมความหมายของดาวจรแต่ละองค์ตามตำรา ยังไม่มีระบบคำนวณตำแหน่งดาวอัตโนมัติให้ใช้
มหาทักษาดูจังหวะ "ช่วงอายุ" ที่ดาวแต่ละองค์ผลัดกันเสวยอายุตลอด ๑๐๘ ปี ส่วนทักษาจรดูดาวที่กำลังโคจร "ในขณะนี้" ว่ากระทบจุดสำคัญของดวงชะตาหรือไม่ — มหาทักษาเป็นปฏิทินชีวิต ทักษาจรเป็นสภาพอากาศ ณ ขณะหนึ่ง ดูเสริมกัน — ดูระบบมหาทักษาที่ /horasat/maha-taksa
อ้างอิงจาก "คัมภีร์โหราศาสตร์ไทย" โดย อั้น สาริกบุตร — ภาค ๗ พระเคราะห์โคจรต้องลัคน์และดาวกำเนิด หน้า ๔๗๘–๔๘๗ รวม ๑๖ คำทำนาย (๘ คำทำนาย × ๒ ระบบ)